เรื่องย่อ
“ ไผ่แดง ” เป็นชื่อหมู่บ้านหนึ่งใกล้ๆ กรุงเทพฯ ในยุคสมัยต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ หมู่บ้านนี้จะมีประวัติเป็นมาอย่างไรไม่มีใครทราบ เพียงแต่เป็นสถานที่เกิดเหตุรวมได้นับหลายเรื่องผ่านตัวละครเอ ดังนี้ สมภารกร่าง พระเจ้าอาวาสวัดไผ่แดง ผู้ครองตัวเป็นสมณเพศในร่มเงาศาสนา แต่ก็ยังหลงเหลือ สิ่งที่เรียกว่า “กิเลส” เนื่องจากยังไม่หลุดพ้นจากวังวนที่วุ่นวายในโลกียะ ในขณะที่อีกด้านหนึ่งก็ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ จึงเป็นที่มาของเสียงในใจจาก “พระประธาน”เสมือนการถ่วงดุลย์ความคิดขั้วตรงข้าม 2 ขั้ว ที่ตอบโต้กันในจิตของคนๆ เดียว ผู้อื่นมิได้ล่วงรู้ ด้วยวัฒนธรรมชาวบ้านกับวัดซึ่งผูกพันใกล้ชิดกัน สมภารจึงเป็นหลักพักพิงแก่ผู้อื่นทั้งทางโลกและทางธรรม ด้วยสติปัญญาและการแก้ไข ปัญหาเฉพาะหน้าในหลายๆ เหตุการณ์ ที่อ่านแล้ววางหนังสือไม่ลงจริง
–
เจ้าแกว่น สหายเก่าแก่ของสมภารกร่างตั้งแต่วัยเยาว์ เมื่อแกว่นกลายเป็นผู้ล้มเหลวในการดำเนินชีวิตจากเมืองหลวง แต่เขามีเพื่อนที่ช่วยปลอบใจให้ไปโทษระบบสังคม ระบบศักดินา แทนที่จะโทษตัวเอง ก็คือ หนังสือปลุกระดม “ คอมมิวนิสต์ ” ทั้งหลายแหล่ ซึ่งทำให้เขายึดมั่นในอุดมการณ์ต่างขั้วที่เขาเองก็ไม่เข้าใจถึงความหมายที่แท้จริง จนถึงขนาดลืมสำนึกถึงผิด ชอบ ชั่ว ดี และความเป็นจริงของชีวิต แต่สุดท้ายเสรีชนอย่างเขาก็ยอมจำนนต่อความรัก ความผูกพันและความดีของผู้คนชาวไผ่แดงที่มีต่อเขา โดยเฉพาะ ท่านสมภาร กำนันเจิม และพวกลูกสมุนของเขา ส่วน กำนันเจิม ผู้นำชายชราหัวเก่า ผู้ซึ่งเปรียบเสมือนผู้เฒ่าผู้แก่ของชุมชนไผ่แดงด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบและความรู้สึกผูกพันกับลูกบ้านที่เปรียบประหนึ่งลูกหลานของตนเอง แต่กลับได้รับความเดือดร้อนจากการยุยงปลุกปั่นชาวบ้านของเจ้าแกว่นอยู่เนืองๆ สุดท้าย สมภารกร่างต้องต่อสู้กับ “คอมมิวนิสต์ ” ด้วยความดีทั้งปวงที่เรียกว่า พระพุทธศาสนา จนกระทั่งเจ้าคอมมิวนิสต์ที่ว่านี้ ก็อ่อนแรงลงไป
–
แต่กลับมีศัตรูตัวใหม่ขึ้นมา คือ ลัทธิทุนนิยม ผู้ซึ่งถูกเจ้าตัวกิเลส “โลภ” เข้าครอบงำ
ดร.สุรพล วิรุฬรักษ์, ลลนา สุลาวัลย์